รีวิวหนัง Pe-Chai – พี่ชาย

เรื่องย่อหนัง

หนัง Pe-Chai หรือชื่อไทยว่า พี่ชาย เอก และก็ โอ๊ต เป็นสองลูกพี่ลูกน้องที่เติบโตมาโดยกำพร้าบิดารวมทั้งแม่ก็เลยอาศัยอยู่กับป้า สองลูกพี่ลูกน้องผูกพันกันมากมาย เมื่อเอกจำต้องไปเป็นทหารเกณฑ์และก็จากบ้านไป โอ๊ตก็เลยจะต้องดำเนินชีวิตในเมืองใหญ่เพียงลำพัง ภาพยนตร์หัวข้อนี้เป็นภาพยนตร์ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างสองญาติที่ไม่มีอะไรสามารถกีดขวางได้ ใจความสำคัญที่น่าดึงดูดของภาพยนตร์ เป็นการนำเสนอตัวละครนานัปการทางเพศ ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมที่มีความสามัคคีอย่างธรรมดาสุข, พรีเซ็นท์ความสัมพันธ์ ความรัก รวมทั้งความเสียสละ ระหว่างพี่ชายกับน้องชาย แล้วก็สร้างการตระหนักเข้าใจความมากมายหลายทางเพศ ทั้งยังในด้านเพศสภาพการณ์รวมทั้ง เพศวิถี ประเทศที่สร้าง : ไทย

วิภาควิจารณ์ หนัง

     เรื่องราวของโอ๊ต ผู้ชายในวันที่เขาจำเป็นต้องเดินทางกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อจับใบดำ-แดงเลือกตรงเกณฑ์ทหาร เขาคิดหวนถึงความเกี่ยวข้องของเขากับ เอก พี่ชายของเขา ในวันที่เขายังอยู่ในวัยเด็กแล้วก็พี่ชายกำลังจะจำเป็นต้องเข้ารับการเลือกเฟ้นทหารเกณฑ์ โดยที่สภาพการณ์การเป็นกำพร้าโตมาพร้อมกับป้าที่เลี้ยงได้เพียงแค่ตามอัตภาพ และก็เอกจำต้องช่วยดำเนินงานหารายได้ดูแลโอ๊ตอีกแรง ทำให้โชคชะตาในวันเสียงดวงจับใบดำ-แดง ของเอกวันนั้นสำคัญกับชีวิตของโอ๊ตและก็ครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

     หนังมีเส้นเรื่องแต่เพียงบางเบา ผ่านฝีการเล่ากล้วยๆด้วยภาษาภาพยนตร์ที่มีเสน่ห์น่าติดตาม พวกเราถูกหนังพาไปสัมผัสความเกี่ยวเนื่องของพี่ชายกับน้องชายที่อบอุ่น เต็มไปด้วยความรักแล้วก็เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะหลบหลีกต่อความเคลื่อนไหว ปวด ศึกษาและก็เติบโต โดยมีหมุดหมายสำคัญตรงที่ผลของการเกณฑ์ทหารของเอกอันจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทุกนักแสดง จะเป็นเงื่อนไม่ตรงกันที่เปิดให้ใจความสำคัญหลายๆอย่างเข้าปะทะคบหาสมาคมกันเสมือนในชีวิตจริง อีกทั้งความศรัทธา อำนาจเมือง อุดมการณ์ชาติ การฉ้อราษฎร์บังหลวง ไปจนกระทั่งเรื่องเรียบง่ายฐานรากที่สุดอย่างความข้องเกี่ยวของคนภายในสถาบันครอบครัวในวันที่คนๆหนึ่งจำต้องจากบ้านไป ความเกี่ยวพันของพี่กับน้องที่ไม่บางทีอาจเลือกที่จะอยู่ร่วมกันถัดไป

     น่าดึงดูดที่แม้ว่าในตัวหนังจะซ่อนเร้นหัวข้อน่าขบคิดและก็เหลื่อมล้ำหลายๆอย่างที่เป็นวัตถุดิบของการเสียดสีสังคมได้ แม้กระนั้นหนังกลับเดินเรื่องรักษาเส้นชีวิตผู้แสดงไม่ให้เปลี่ยนเป็นเพียงแต่ตัวแปรรับใช้ หรือวิพากษ์อุดมการณ์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหลัก หนังมิได้อุตสาหะประพฤติตนชมเชยหรือต้านอุดมการณ์อะไรก็ตามจนกระทั่งตัดทอนเรื่องราวเรียบง่าย ชะตากรรมของนักแสดงแค่เพียงถูกเล่าไปในความเป็นจริง ถ้าเกิดมันจะเจ็บชอกช้ำหรือให้กำเนิดความรู้สึกพิเศษอะไรก็แล้วแต่โน่นก็เพราะว่าข้อเท็จจริงเป็นแบบนั้น

     ถึงแม้หน้าหนังจะถูกชี้แจงตีตราว่าเป็น “หนังเกย์” อันเป็นการจำกัดความประพฤติรวมทั้งความนิยมของผู้ชมไทยที่ยังไม่มีวัฒนธรรมการดูหนังที่เปิดกว้างเท่าใดนัก เปลี่ยนเป็นว่าหนังเกย์ก็ถูกมองโดยฝูงคนมองเกย์ร่วมกันเป็นหลัก แต่ว่าเป็นที่น่าสนใจว่าในหนังหัวข้อนี้พวกเราสามารถซึมความเป็นคนที่มีเคราะห์กรรมผูกพันกับความรัก ความสัมพันธ์ ความเจ็บ ได้อย่างสากลรวมทั้งย่อยง่ายอย่างยิ่งๆเนื่องจากว่าพวกเราต่างเป็นมนุษย์ที่พบเห็นสิ่งพวกนี้ได้ราวกับๆกัน ถึงที่สุดแล้วรสนิยมสำหรับเพื่อการดูหนังเกิดเรื่องสลับซับซ้อนแล้วก็ยุ่งยากที่จะวินิจฉัยชี้แนะกัน เนื่องจากว่าที่สุดแล้วมันบางทีอาจไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรวมรวมไปเสียทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง บางโอกาสความต่างก็เติบโตแตกกิ่งก้านไปตามทางแล้วก็มีชีวิตของมันเอง ราวกับๆกับเหล่าผู้แสดงในหนังประเด็นนี้ที่ซึ่งช่างเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตที่สัมผัสรวมทั้งช่างเป็นประสบการณ์ที่เอิบอิ่มสวยงามที่ได้มอง