ผักที่ไม่ควรกินดิบ

                                                           สั่งซื้อและส่งสินค้า - เว็บขายผักสด
          เราอาจจะเคยได้ยินมาว่าการปรุงผักให้สุกนั้นอาจลดคุณค่าทางโภชนาการ แต่ในทางเดียวกันก็อาจทำให้เกิดโทษต่อร่างกาย เพราะสารบางอย่างในผักชนิดนั้นไม่ได้ถูกชำระเจือจางออกด้วยความร้อน ซึ่งมีผัก 7 ชนิด ไม่ควรกินดิบ ได้แก่

มันฝรั่ง

          มันฝรั่งเป็นพืชที่ไม่ควรกินดิบโดยเด็ดขาด ก่อนกินต้องผ่านความร้อนก่อน เนื่องจากในมันฝรั่งดิบจะมีสาร “โซลานีน” สารพิษไกลโคแอลคาลอยด์  เป็นสารที่พืชสร้างมาเพื่อปกป้องตัวเองจากแมลงศัตรูพืช หากคนกินเข้าไปในปริมาณมากๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น ใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

กะหล่ำปลี

          เนื่องจากในกะหล่ำปลีดิบ มีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน (Goitrogen) เป็นสารที่จะไปขัดขวางไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน ถ้ากินกะหล่ำปลีดิบในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดโรคคอหอยพอก อีกทั้งยังทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นไทรอยด์ไม่ควรกินกะหล่ำปลีดิบอย่างเด็ดขาด แต่ทว่าสารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายได้ด้วยความร้อนจากการต้ม ดังนั้น กินกะหล่ำปลีสุกจึงน่าจะดีกว่า

ผักโขม

          เป็นผักอีกหนึ่งชนิดที่ไม่ควรกินดิบ เพราะกรดในผักโขมจะขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม และธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายเราไม่สามารถดูดซับแคลเซียมและธาตุเหล็กได้ เนื่องจากในผักโขมมีกรดออกซาลิก (Oxalic Acid) ที่สามารถไปยับยั้งหรือขัดขวางการนำแคลเซียมและธาตุเหล็กไปใช้ในร่างกาย ทางที่ดีกินผักโขมสุกจะดีกว่า เพราะผักโขมสุกจะช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระได้ด้วย

ถั่วฝักยาว

          ถั่วฝักยาวดิบมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ค่อนข้างสูง ทำให้ท้องอืด ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาการย่อย และกลุ่มผู้สูงอายุ โดยก่อนกินต้องล้างให้สะอาด และนำไปทำให้สุกจะปลอดภัยต่อร่างกายมากกว่า

ถั่วงอก

          ในถั่วงอกดิบมีแบคทีเรียอันตรายหลายชนิด เช่น E. coli, Salmonella, Listeria ฯลฯ อีกทั้งในถั่วงอกดิบยังมีไฟเตทสูง โดยไฟเตทจะเข้าไปจับแร่ธาตุบางชนิดที่อยู่ในอาหาร ทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุได้ ดังนั้น ควรทำให้สุกก่อนกินเพื่อป้องกันและทำลายแบคทีเรีย และสารไฟเตท

แครอต

          การกินแครอตดิบจะทำให้การดูดซึมสารเบตาแคโรทีน (Beta-carotene) ที่เป็นตัวช่วยต้านอนุมูลอิสระได้น้อยลง แต่หากนำไปผ่านการปรุงอาหารด้วยความร้อนจะช่วย เพิ่มปริมาณสารแคโรทีนอยด์ (Carotenoid)ได้มากขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระนั่นเอง

หน่อไม้

หน่อไม้ดิบมีสารที่จะเปลี่ยนเป็นไซยาไนด์ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายได้ ก่อนกินจึงควรต้มในน้ำเดือดนานเกิน 10 นาทีก่อน จึงจะปลอดภัยที่สุด

ที่มา : https://mgronline.com/goodhealth/detail/9620000034982